เลือกใช้เทมเปอร์อย่างโปร กับ 3 เหตุผลที่กระจกเทมเปอร์ไม่เหมาะกับโครงสร้างที่ต้องการความปลอดภัยสูง

ในยุคปัจจุบัน งานสถาปัตยกรรมและการออกแบบอาคารสูงมีการนำกระจกมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผนังกระจก ราวกันตก หรือพื้นกระจกแบบ Sky Walk กระจกจึงไม่ได้เป็นเพียงวัสดุที่เพิ่มความสวยงามและความหรูหราให้กับอาคาร แต่ยังเป็นส่วนสำคัญที่ควรเลือกใช้งานให้เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะเหตุการณ์ในปัจจุบันที่มีเรื่องของภัยธรรมชาติอย่าง เหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงทำให้หลายคนหันมาตระหนักมากขึ้นถึงเรื่องการออกแบบโครงสร้างอาคาร ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุที่สามารถตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยได้ดี
เช่นเดียวกับการเลือกใช้กระจก แม้ว่ากระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass) จะเป็นที่นิยมโดยถูกหยิบนำมาใช้งานในอาคารสูง แต่แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับกระจกอาคารเมื่อพิจารณาถึงความปลอดภัยที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก เพราะถึงแม้กระจกเทมเปอร์จะมีความแข็งแรงมากกว่ากระจกธรรมดาหลายเท่า แต่ยังมีข้อจำกัดบางประการที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย โดยเฉพาะในอาคารสูงที่มีปัจจัยด้านแรงลม ความกดอากาศ และอุบัติเหตุที่ไม่อาจคาดคิดซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าเหตุใดกระจกเทมเปอร์จึงอาจไม่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในอาคารสูง และมีทางเลือกอื่นใดที่ปลอดภัยกว่า กับ 3 ปัจจัย ที่ทำให้กระจกเทมเปอร์ อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับงานออกแบบสถาปัตยกรรม
กระจกแตกในอาคารสูง อันตรายที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา
กระจกเทมเปอร์แม้ว่าจะมีความแข็งแรงสูงมากกว่ากระจกธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อเกิดการแตกหัก จะเปลี่ยนเป็นเศษกระจกชิ้นเล็ก ๆ กระจายตัวไปทั่วบริเวณ ซึ่งในกรณีของอาคารสูง เศษกระจกเหล่านี้อาจร่วงลงสู่พื้นด้านล่าง ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่สัญจรอยู่ภายนอกโดยไม่คาดคิด ซึ่งปัจจัยที่ทำให้กระจกเทมเปอร์แตกสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน แรงกระทำเฉพาะจุด หรือแม้แต่ความเครียดสะสมภายในกระจก
🔹 ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า: เพื่อเพิ่มความปลอดภัย แนะนำให้เลือกใช้ กระจก Laminated Tempered ซึ่งเป็นกระจกที่มีชั้นฟิล์มพิเศษช่วยยึดเศษกระจกไว้ ทำให้แม้กระจกจะแตก แต่ก็มั่นใจได้ว่าจะไม่ร่วงหล่นลงมาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จึงนับเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับอาคารสูงที่ต้องการความปลอดภัยมากขึ้น
กระจกแตกง่ายจากแรงกระทำเฉพาะจุด (Point Load)
ในงานออกแบบอาคารสมัยใหม่ เช่น Sky Walk หรือพื้นกระจกภายในอาคาร การใช้กระจกเทมเปอร์เป็นส่วนประกอบอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างคาดไม่ถึง เนื่องจากกระจกเทมเปอร์มีข้อจำกัดในการรับแรงกระแทกแบบเฉพาะจุด เช่น การถูกกระแทกด้วยของแข็งที่มีน้ำหนักมาก หรือแม้กระทั่งแรงกดจากรองเท้าส้นสูงที่เดินผ่านพื้นกระจก ซึ่งอาจทำให้เกิดการแตกร้าวและสร้างอันตรายต่อผู้ใช้งาน
🔹 ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า: หากต้องการใช้กระจกในโซนที่ต้องรองรับน้ำหนักสูง ควรเลือกใช้ กระจก Laminate Heat Strengthened ซึ่งผ่านกระบวนการเสริมความแข็งแรงพิเศษ สามารถรับแรงกระแทกได้มากกว่ากระจกเทมเปอร์ทั่วไป และเมื่อแตกก็จะไม่กระจายตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ ที่ร่วงลงด้านล่าง
ราวกันตก ฟังก์ชันที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด
ราวกันตกนับเป็นอีกพื้นที่สำคัญที่ควรเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุด โดยเฉพาะราวกันตกที่ใช้วัสดุกระจกเป็นหลัก ซึ่งราวกันตกที่ทำจากกระจกเทมเปอร์อาจดูแข็งแรงและสวยงาม แต่เมื่อกระจกเกิดการแตกร้าว ประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกจะลดลงทันที นอกจากนี้ กระจกเทมเปอร์ที่แตกอาจกระจายเป็นเศษกระจกขนาดใหญ่ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้
🔹 ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า: เพื่อให้ราวกันตกมีความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ใช้ กระจก Heat Strengthened Laminated ซึ่งมีความแข็งแรงสูงกว่า และเมื่อต้องเผชิญกับแรงกระแทกที่รุนแรง ก็จะไม่แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือหลุดออกจากโครงสร้าง จึงสามารถช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานในอาคารสูงได้เป็นอย่างดี
แม้ว่ากระจกเทมเปอร์จะเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในการก่อสร้างอาคารสูง แต่ข้อจำกัดในด้านความปลอดภัยทำให้ควรพิจารณาเลือกใช้กระจกที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ของอาคาร โดยกระจก Laminated Tempered หรือกระจก Heat Strengthened Laminated เป็นทางเลือกที่ดีกว่าเมื่อต้องการป้องกันเศษกระจกตกหล่น ลดความเสี่ยงจากแรงกระแทกเฉพาะจุด และเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ใช้งาน เช่น กระจกอาคารภายนอก ราวกันตก และพื้นกระจก
การเลือกใช้กระจกอย่างมือโปร จึงไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของโครงสร้างอาคาร แต่ยังเป็นการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งพร้อมมอบทั้งความสวยงามคู่ไปกับความปลอดภัย เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานอาคารสูงให้มั่นคงและปลอดภัยสำหรับการใช้งาน